ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
VegEco
การอนุรักษ์มหาสมุทร

อนาคตอาหารทะเลทางเลือกในไทย: 5 เทรนด์ที่ต้องจับตา 2026

สำรวจอนาคตของอาหารทะเลจากพืชและเซลล์เพาะเลี้ยงในไทย พร้อมผลกระทบต่อมหาสมุทร สิทธิสัตว์ และความมั่นคงทางอาหาร ท่ามกลางวิกฤตการประมงโลก

โดย พิมพ์ชนก วงศ์สถิตย์4 นาทีในการอ่านกรุงเทพมหานคร, TH
ชั้นวางอาหารทะเลจากพืชในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย 2026 ทางเลือกเพื่อมหาสมุทร
VegEco / archive

คำตอบสั้นๆ: อาหารทะเลทางเลือก (plant-based seafood) กำลังจะเป็นเทรนด์หลักในไทยภายในปี 2026 เนื่องจากวิกฤตการประมงเกินขนาดในอ่าวไทยและความต้องการอาหารที่ยั่งยืนเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าตลาดจะเติบโต 20-30% ต่อปี มีทั้งผลิตภัณฑ์จากพืชและเนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงที่กำลังเข้าสู่ตลาดเอเชีย เป็นทางเลือกที่ลดผลกระทบต่อมหาสมุทรและสัตว์ทะเลโดยตรง

ทำไมอาหารทะเลทางเลือกถึงสำคัญต่อมหาสมุทรไทยและโลก?

มหาสมุทรกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อน: การประมงเกินขนาด, การจับสัตว์น้ำพลอยได้ (bycatch) ที่ไม่ต้องการ, และการฟอกขาวของปะการังจากภาวะโลกร้อน ตามข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO, 2024) พบว่า 34.2% ของสต็อกปลาทั่วโลกถูกจับเกินระดับที่ยั่งยืน และในน่านน้ำไทย อ่าวไทยมีสต็อกปลาลดลงถึง 80% เมื่อเทียบกับ 50 ปีก่อน (กรมประมง, 2023) อาหารทะเลทางเลือกจึงเป็นหนึ่งในคำตอบที่ช่วยลดแรงกดดันโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเล

นอกจากนี้ การทำประมงอุตสาหกรรมยังสร้างความทุกข์ทรมานแก่สัตว์ทะเลนับล้านชีวิต โดยเฉพาะการจับปลาด้วยอวนลากที่ทำลายพื้นทะเล และการตายอย่างเจ็บปวดของสัตว์น้ำพลอยได้ เช่น เต่า โลมา และฉลาม ซึ่งถูกจับได้โดยบังเอิญและมักถูกทิ้งกลับลงทะเลทั้งที่ยังมีชีวิตหรือตายแล้ว (UNEP, 2023) การเปลี่ยนมาบริโภคอาหารทะเลทางเลือกจึงไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องจริยธรรมต่อสัตว์ทะเลโดยตรง

อะไรที่เปลี่ยนไปแล้ว: สถานะปัจจุบันของอาหารทะเลทางเลือกในไทย

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว อาหารทะเลจากพืชในไทยแทบไม่มีให้เห็นนอกเหนือจากเต้าหู้แผ่นปรุงรส แต่ปัจจุบันซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำอย่าง Gourmet Market และ Villa Market มีผลิตภัณฑ์นำเข้าจากแบรนด์ต่างประเทศ เช่น OmniSeafood และ Gardein ขณะที่แบรนด์ไทยอย่าง 'Let's Plant' (เครือเจริญโภคภัณฑ์) เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์เลียนแบบกุ้งและปลาหมึกแล้ว (CFG, 2025) การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ในด้านนโยบาย ประเทศไทยมีแผนยุทธศาสตร์การประมง พ.ศ. 2566-2570 ที่เน้นการจัดการประมงอย่างยั่งยืน แต่ยังไม่มีนโยบายส่งเสริมอาหารทางเลือกโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ และมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก (Kitchen of the World) ทำให้อาหารทะเลทางเลือกเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มและลดการพึ่งพาการประมงที่เสื่อมโทรม

เงินกำลังไปทางไหน: การลงทุนในอาหารทะเลทางเลือก

การลงทุนทั่วโลกในอาหารทะเลทางเลือกพุ่งสูงถึง 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 แม้จะลดลงจากปี 2022 แต่ยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะในเอเชียซึ่งเป็นตลาดบริโภคอาหารทะเลใหญ่ที่สุด (GFI, 2025) บริษัทสตาร์ทอัพในสิงคโปร์และญี่ปุ่นกำลังแข่งกันพัฒนาเนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยง ขณะที่ไทยมีบริษัทอย่าง 'Thai Union' ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอาหารทะเล เริ่มลงทุนในโปรตีนทางเลือกเพื่อกระจายความเสี่ยง

ในประเทศไทย การลงทุนโดยตรงยังมีจำกัด แต่เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ได้ประกาศงบประมาณ 4,000 ล้านบาทสำหรับวิจัยโปรตีนทางเลือก รวมถึงอาหารทะเลจากพืช (The Nation, 2024) ขณะที่ภาครัฐผ่านสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เริ่มสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านอาหารอนาคต โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นผู้นำด้านอาหารแห่งอนาคตในภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2030

ปีมูลค่าตลาด (ล้านดอลลาร์)การลงทุน (ล้านดอลลาร์)จำนวนบริษัท
20221204530
20231506042
20241755555
2025 (ประมาณ)2107068
2026 (คาดการณ์)2609085
การลงทุนและมูลค่าตลาดอาหารทะเลทางเลือกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ตัวเลขข้างต้นอ้างอิงจากรายงานของ Good Food Institute (GFI, 2025) สะท้อนว่าเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตเร็วที่สุด รองจากอเมริกาเหนือ โดยสิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่อนุมัติการขายเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเป็นทางการในปี 2020 ขณะที่ไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่มีศักยภาพสูงจากอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแกร่ง

5 เทรนด์อาหารทะเลทางเลือกที่ต้องจับตาในปี 2026

ต่อไปนี้คือ 5 ทิศทางหลักที่จะกำหนดอนาคตของอาหารทะเลทางเลือกในไทยและทั่วโลกภายใน 1-3 ปีข้างหน้า โดยอ้างอิงจากข้อมูลการตลาด นวัตกรรม และนโยบายที่เกี่ยวข้อง

5 เทรนด์หลัก

  1. 1. การเติบโตของผลิตภัณฑ์จากพืชที่เลียนแบบเนื้อสัมผัสและรสชาติปลาได้ใกล้เคียงมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีการอัดรีดและปรุงแต่งกลิ่น
  2. 2. การเข้ามาของเนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังสิงคโปร์และญี่ปุ่นนำร่อง
  3. 3. การขยายช่องทางจำหน่ายในร้านอาหารและฟู้ดคอร์ท มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วไป
  4. 4. การร่วมมือกับรัฐบาลในการออกฉลาก 'อาหารทะเลยั่งยืน' ที่รวมถึงอาหารทางเลือก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
  5. 5. การลดราคาลงมาใกล้เคียงเนื้อปลาจริง จากการประหยัดต่อขนาดการผลิต ทำให้จูงใจผู้บริโภคทั่วไป

เทรนด์ที่ 1: นวัตกรรมเนื้อสัมผัสและรสชาติที่เหนือกว่า

หนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของการกินอาหารทะเลจากพืชคือเนื้อสัมผัสที่มักเละหรือแห้งเกินไป แต่ในปี 2025-2026 เทคโนโลยีการอัดรีดแบบเปียก (wet extrusion) ที่ใช้เส้นใยโปรตีนจากถั่วเหลืองและสาหร่าย จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีเส้นใยคล้ายเนื้อปลาจริงมากขึ้น บริษัทอย่าง BettaF!sh ในเยอรมนีและ OmniFoods ในฮ่องกงกำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้ และคาดว่าจะวางขายในไทยภายในปี 2026 (GFI, 2025)

เทรนด์ที่ 2: เนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงใกล้ความจริง

เนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยง (cultivated seafood) เป็นเนื้อปลาจริงที่ผลิตจากเซลล์ปลาในห้องแล็บ โดยไม่ต้องฆ่าปลาแม้แต่ตัวเดียว บริษัทสิงคโปร์อย่าง Shiok Meats ซึ่งผลิตเนื้อกุ้งเพาะเลี้ยง ได้รับเงินลงทุนกว่า 30 ล้านดอลลาร์ และมีแผนขยายสู่ตลาดไทย (Shiok Meats, 2024) แต่การอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไทย (อย.) ยังต้องใช้เวลา คาดว่าภายในปี 2027 อาจเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์ในร้านอาหารระดับไฮเอนด์

เทรนด์ที่ 3: ช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายขึ้น

แทนที่จะขายเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ต แบรนด์อาหารทะเลจากพืชจะหันไปจับมือกับร้านอาหารและแฟรนไชส์ ตัวอย่างเช่น เครือร้านอาหารโมดิชในกรุงเทพฯ ที่เริ่มมีเมนูกุ้งเทียมผัดกระเพราแล้ว และคาดว่าในปี 2026 ร้านอาหารตามสั่งทั่วไปจะเริ่มมีเมนู 'ปลาทอดราดน้ำปลา' โดยใช้เนื้อปลาจากพืช เพื่อตอบโจทย์คนกินเจและคนรักสุขภาพ

เทรนด์ที่ 4: ฉลากและมาตรฐานใหม่

เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ภาครัฐและเอกชนอาจร่วมกันออกฉลาก 'อาหารทะเลยั่งยืน' ที่รวมถึงอาหารทางเลือก โดยอ้างอิงมาตรฐานสากลอย่าง Marine Stewardship Council (MSC) แต่ปรับให้เหมาะกับบริบทไทย การมีฉลากนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายขึ้น และเป็นแรงจูงใจให้แบรนด์ต่าง ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน

เทรนด์ที่ 5: ราคาที่เข้าถึงได้

ปัจจุบันอาหารทะเลจากพืชมีราคาสูงกว่าปลาจริงประมาณ 20-30% แต่เมื่อการผลิตขยาย规模和เทคโนโลยีถูกลง ราคาจะลดลง คาดว่าภายในปี 2026 จะใกล้เคียงหรือถูกกว่าปลานำเข้าบางชนิด โดยเฉพาะปลาหมึกและกุ้ง ซึ่งมีราคาสูงขึ้นจากการประมงที่ลดลง (Thai Union, 2024)

การเติบโตของตลาดอาหารทะเลทางเลือกในเอเชียแปซิฟิก (ล้านดอลลาร์)

อะไรที่อาจทำให้เทรนด์นี้ชะงัก?

แม้แนวโน้มจะสดใส แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้การเติบโตช้ากว่าที่คาด ประการแรก กฎระเบียบการอนุมัติอาหารใหม่ในไทยยังเข้มงวด โดยเฉพาะเนื้อเซลล์เพาะเลี้ยงที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยหลายขั้นตอน ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี ประการที่สอง กระแสต่อต้านอาหารแปรรูป (ultra-processed food) อาจทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มมองว่าอาหารทะเลจากพืชไม่ดีต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่สูงและการขาดการลงทุนในประเทศอาจทำให้ไทยเป็นเพียงผู้บริโภค ไม่ใช่ผู้ผลิต ต่างจากสิงคโปร์ที่รัฐสนับสนุนอย่างจริงจัง และที่สำคัญ อุตสาหกรรมประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอาจกดดันนโยบายไม่ให้สนับสนุนอาหารทางเลือก เพราะกลัวผลกระทบต่อรายได้ของแรงงานในภาคประมง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อาหารทะเลทางเลือกคืออะไร?

อาหารทะเลทางเลือกหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่เลียนแบบรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการของอาหารทะเล แต่ผลิตจากพืช (เช่น โปรตีนถั่วเหลือง สาหร่าย) หรือจากการเพาะเลี้ยงเซลล์สัตว์ในห้องแล็บ โดยไม่ต้องจับหรือฆ่าสัตว์ทะเลจริง เป็นทางเลือกที่ช่วยลดผลกระทบต่อมหาสมุทรและสัตว์น้ำ (GFI, 2025)

อาหารทะเลจากพืชปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าปลาจริงหรือไม่?

โดยทั่วไปปลอดภัยและผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานความปลอดภัยอาหาร แต่คุณค่าทางโภชนาการขึ้นอยู่กับสูตร ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เสริมโอเมก้า-3 จากสาหร่ายและวิตามินบี12 แต่โปรตีนอาจน้อยกว่าปลาจริงเล็กน้อย ควรอ่านฉลากเพื่อเปรียบเทียบปริมาณโปรตีนและโซเดียม (Consumer Reports, 2024)

อาหารทะเลทางเลือกมีขายที่ไหนในไทย?

เริ่มมีวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เช่น Gourmet Market, Villa Market และ Tops Food Hall รวมถึงร้านค้าออนไลน์อย่าง VeganBkk และ Greeners นอกจากนี้ ร้านอาหารวีแกนหลายแห่งในกรุงเทพฯ เช่น Veganerie และ May Veggie Home ก็มีเมนูที่ใช้วัตถุดิบเหล่านี้ (The Veganary, 2025)

เนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงจะวางขายในไทยเมื่อไหร่?

คาดว่าภายในปี 2026-2027 อาจเริ่มมีการนำเข้าเนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงจากสิงคโปร์หรือญี่ปุ่น แต่ต้องผ่านการอนุมัติจาก อย.ไทยก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี เนื่องจากยังไม่มีกรอบกฎหมายรองรับโดยเฉพาะ (NIA, 2024) จึงยังไม่สามารถคาดเดาวันที่แน่นอนได้

อาหารทะเลทางเลือกช่วยลดโลกร้อนได้จริงหรือ?

ใช่ การผลิตอาหารทะเลจากพืชปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบอุตสาหกรรมประมาณ 30-50% (FAO, 2024) และช่วยลดการใช้ทรัพยากรน้ำและพลังงาน รวมถึงลดมลพิษจากฟาร์มเลี้ยงปลา แต่ต้องพิจารณาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตแต่ละแบรนด์ด้วย

ทำไมต้องเลือกอาหารทะเลทางเลือกแทนปลาจริง?

เพราะการประมงเกินขนาดทำให้ปลาในทะเลลดลงอย่างน่าตกใจ และการทำประมงแต่ละครั้งสร้างความทุกข์ทรมานแก่สัตว์ทะเลนับล้านตัว รวมถึงการจับสัตว์น้ำพลอยได้ที่ตายทั้งเป็น การเลือกอาหารทางเลือกช่วยลดการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ทำร้ายสัตว์และมหาสมุทร และเป็นทางเลือกที่มีจริยธรรมมากขึ้น (PETA, 2024)

“การเปลี่ยนมารับประทานอาหารทะเลทางเลือกไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของมหาสมุทรและความมั่นคงทางอาหารของคนรุ่นต่อไป”

— ดร. สมหญิง ไทยเจริญ, ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

บทสรุป: ถึงเวลาที่ไทยต้องก้าวสู่อนาคตอาหารทะเลที่ยั่งยืน

อาหารทะเลทางเลือกเป็นมากกว่ากระแส แต่เป็นคำตอบต่อวิกฤตการประมง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิทธิสัตว์ทะเล ภายในปี 2026 เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ราคาถูกลง และเข้าถึงง่ายขึ้น หากผู้บริโภคชาวไทยเปิดใจลอง และภาครัฐสนับสนุนนโยบายที่เอื้อต่ออาหารยั่งยืน ไทยก็จะไม่เพียงช่วยรักษาทรัพยากรทางทะเลอันล้ำค่า แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ

Key Takeaways

  • อาหารทะเลทางเลือกเติบโต 20-30% ต่อปีในเอเชีย
  • ช่วยลดการจับปลาเกินขนาดและสัตว์น้ำพลอยได้
  • ราคาใกล้เคียงปลาจริงภายในปี 2026
  • ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือสร้างระบบนิเวศอาหารยั่งยืน
  • ผู้บริโภคมีอำนาจเลือกที่ส่งผลต่อมหาสมุทรโดยตรง

อ่านที่เกี่ยวข้อง