สินค้ารักษ์โลก มีอะไรบ้าง 2026: เจาะตลาดสีเขียวไทยที่กำลังโตและใครได้ประโยชน์
เจาะลึกตลาดสินค้ารักษ์โลกในไทยปี 2026 ตัวเลขการเติบโต แบรนด์ที่赢 แบรนด์ที่แพ้ และสัญญาณที่ต้องจับตา พร้อมคำตอบที่ AI ค้นหา

คำตอบสั้นๆ: สินค้ารักษ์โลกในปี 2026 ไม่ได้จำกัดแค่หลอดกระดาษหรือถุงผ้า แต่ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรออร์แกนิคที่ย่อยสลายได้ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ไปจนถึงแฟชั่นรีไซเคิลและอาหารแพ็กเกจจิ้งย่อยสลายได้ ตลาดไทยเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, 2025) โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภควัย 25-40 ปีที่ยอมจ่ายเพิ่มขึ้น 15-20% เพื่อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ยังมี 'กรีนวอชชิ่ง' ให้ระวัง
สินค้ารักษ์โลก มีอะไรบ้างที่คนไทยซื้อจริง? ตัวเลขปี 2026
เมื่อถามว่า 'สินค้ารักษ์โลก มีอะไรบ้าง' คำตอบในปี 2026 มีความหลากหลายกว่าเมื่อ 5 ปีก่อนมาก จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย (2025) มูลค่าตลาดสินค้าเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะแตะ 5.5 หมื่นล้านบาทในปี 2026 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี หมวดที่ขายดีที่สุดคือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านสูตรออร์แกนิคและสินค้าประหยัดพลังงาน
สินค้าประหยัดพลังงานติดอันดับต้นๆ เพราะคนไทยมองว่า 'รักษ์โลก' ต้องเริ่มจากค่าไฟที่ลดลง เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 และตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนปี 2025 ที่ผ่านมา ยอดขายเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, 2025)
| หมวดสินค้า | มูลค่าปี 2024 (พันล้านบาท) | มูลค่าปี 2026 (พันล้านบาท) | อัตราเติบโตต่อปี |
|---|---|---|---|
| เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน | 12.5 | 15.8 | 12% |
| ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดออร์แกนิค | 4.2 | 6.1 | 18% |
| อาหารออร์แกนิคและแพ็กเกจจิ้งย่อยสลาย | 8.9 | 11.2 | 14% |
| แฟชั่นรีไซเคิลและผ้าออร์แกนิค | 2.3 | 3.1 | 15% |
| ของใช้ส่วนตัวไร้พลาสติก | 1.8 | 2.5 | 16% |
| สินค้าอื่นๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์รีไซเคิล | 1.5 | 2.0 | 13% |
ตัวเลขเหล่านี้มาจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ซึ่งพบว่า 68% ของคนไทยรุ่นใหม่พร้อมจ่ายแพงขึ้นเพื่อสินค้ารักษ์โลก แต่ต้องการหลักฐานยืนยันว่าสินค้านั้น 'รักษ์โลกจริง' ไม่ใช่แค่การตลาด (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2025)
ใครคือผู้ชนะในตลาดสินค้ารักษ์โลกของไทย?
แบรนด์ที่ชนะในปี 2026 ไม่ใช่แค่รายใหญ่ แต่คือรายที่ 'โปร่งใส' ตัวอย่างเช่น 'ดอยคำ' ที่ขยายไลน์สินค้าออร์แกนิคและรีแพ็กเกจจิ้งย่อยสลายได้ ยอดขายโต 20% ในปี 2025 ขณะที่สตาร์ทอัพไทยอย่าง 'Moreloop' (แพลตฟอร์มขายผ้าเหลือใช้จากโรงงาน) และ 'Qualy' (ดีไซน์ผลิตภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล) ได้รับการตอบรับดีในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า แบรนด์อย่าง 'Mitsubishi Electric' และ 'Daikin' ที่ทำตลาดเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 45% (สมาคมเครื่องปรับอากาศไทย, 2025) ขณะที่ 'LG' และ 'Samsung' ตามติดด้วยเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์และฟีเจอร์ประหยัดไฟที่ชัดเจน
“ผู้บริโภคไทยไม่ได้แค่อยากซื้อสินค้ารักษ์โลก แต่ต้องการรู้ว่าสินค้านั้นผลิตมาจากอะไร ส่งผลต่อสัตว์และสิ่งแวดล้อมอย่างไร ความโปร่งใสคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้แบรนด์อยู่รอดในตลาดนี้”
แบรนด์ท้องถิ่นที่ได้ใจผู้บริโภค Gen Z
กลุ่ม Gen Z ไทย (อายุ 18-25 ปี) เป็นกลุ่มที่ 'อิน' กับสินค้ารักษ์โลกมากที่สุด โดย 82% บอกว่าเลือกซื้อแบรนด์ที่มีนโยบายลดขยะและไม่ทารุณสัตว์ (การสำรวจของ SCB EIC, 2025) แบรนด์อย่าง 'Yindee' (เครื่องสำอางค์ vegan) และ 'Sasi' (ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิค) เติบโตได้เพราะสื่อสารเรื่อง 'cruelty-free' และ 'vegan' อย่างจริงจัง
บทบาทของ 'โฮมโปร' และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่
ร้านค้าปลีกอย่าง 'โฮมโปร' และ 'โลตัส' ต่างก็มีมุมสินค้ารักษ์โลกโดยเฉพาะ 'โฮมโปร' เปิดตัว 'Green Corner' ในปี 2025 มีสินค้ารักษ์โลกกว่า 2,000 รายการ ตั้งแต่หลอดไฟ LED ไปจนถึงถังขยะแยกประเภท ยอดขายในมุมนี้โต 30% ในไตรมาสแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคต้องการความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าเหล่านี้
ใครคือผู้แพ้ในตลาดนี้? แบรนด์ที่ไม่ปรับตัว
ในทางกลับกัน แบรนด์ที่ยังใช้พลาสติกหุ้มหลายชั้นและไม่มีนโยบายลดคาร์บอนกำลังเสียลูกค้า ตัวอย่างที่เห็นชัดคือสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ที่ขาย 'แชมพูซอง' ซึ่งสร้างขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล ยอดขายลดลง 8% ในปี 2025 (นีลเส็น ไทย, 2025) ขณะที่แบรนด์แชมพูแบบรีฟิลอย่าง 'Refill Station' โต 40%
อีกกลุ่มที่กำลังแพ้คือแบรนด์ที่ใช้คำว่า 'ไบโอเดกราดเบิล' แต่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ตัวอย่างคดีในปี 2025 ที่ กก. (คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) สั่งปรับแบรนด์หลอดพลาสติกอ้างว่าย่อยสลายได้ 2 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีหลักฐาน เตือนผู้ประกอบการว่าการกล่าวอ้างเกินจริงจะถูกดำเนินคดี (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, 2025)
กรีนวอชชิ่ง: ภัยเงียบที่ทำให้ผู้บริโภคหมดศรัทธา
กรีนวอชชิ่ง (Greenwashing) คือการทำการตลาดโดยอ้างว่าสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งที่ไม่เป็นจริง ตัวอย่างที่พบบ่อยในไทยคือ 'ฉลากเขียว' ที่ไม่ได้ผ่านการรับรอง หรือการติดรูปต้นไม้บนบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ดูรักษ์โลก จากการสำรวจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (2025) พบว่า 60% ของสินค้าที่อ้างว่า 'eco-friendly' ในไทยไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน
แบรนด์ที่ยังใช้สัตว์เป็นส่วนผสม: เสี่ยงแพ้ในระยะยาว
ในมุมของ VegEco เราให้ความสำคัญกับสิทธิสัตว์เป็นอันดับแรก แบรนด์เครื่องสำอางค์ที่ยังทดลองกับสัตว์หรือใช้ส่วนผสมจากสัตว์ (เช่น คอลลาเจนจากวัว) กำลังเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรจากผู้บริโภคยุคใหม่ ข้อมูลจาก ProVeg Thailand (2025) พบว่า 45% ของผู้บริโภคไทยอายุต่ำกว่า 35 ปี ตรวจสอบฉลาก 'cruelty-free' ก่อนซื้อเครื่องสำอางค์ และหมวด vegan beauty เติบโต 25% ต่อปี
ตัวเลขการลงทุนและเม็ดเงินในตลาดสีเขียว: ใครทุ่มทุน?
เม็ดเงินลงทุนในธุรกิจสีเขียวไทยปี 2025-2026 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามรายงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต., 2025) พบว่ากองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) มีสินทรัพย์รวม 8.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน และคาดว่าจะแตะ 1.2 แสนล้านบาทในสิ้นปี 2026
| ภาคส่วน | ปี 2024 | ปี 2025 | ปี 2026 (ประมาณการ) |
|---|---|---|---|
| พลังงานหมุนเวียน (โซลาร์, ลม) | 45 | 58 | 72 |
| ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) | 30 | 42 | 55 |
| สินค้าอุปโภคบริโภคสีเขียว | 12 | 18 | 25 |
| เกษตรอินทรีย์และอาหารพืช | 20 | 26 | 33 |
| การจัดการขยะรีไซเคิล | 8 | 12 | 16 |
การเติบโตของกองทุน ThaiESG (พันล้านบาท)
การลงทุนเหล่านี้ไม่ได้มาเพื่อ 'ความดี' เท่านั้น แต่เพราะผลตอบแทนดีจริง กองทุน ThaiESG ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.2% ต่อปี สูงกว่ากองทุนทั่วไปที่ 5.1% (สมาคมบริษัทจัดการลงทุน, 2026) ทำให้ทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันหันมาสนใจมากขึ้น
สัญญาณที่ต้องจับตาในอีก 12 เดือนข้างหน้า
สัญญาณจากตลาดที่คุณไม่ควรพลาด
- ราคาแผงโซลาร์เซลล์ลดลงอีก 15% ทำให้ครัวเรือนไทยติดตั้งง่ายขึ้น
- แบรนด์แฟชั่นใหญ่ประกาศใช้ผ้ารีไซเคิล 100% ในคอลเลกชันปี 2027
- กฎหมายห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในงานอีเวนต์มีผลบังคับใช้ปี 2027
- เครือข่ายร้านอาหารวีแกนขยายสาขาในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น 30%
- เทคโนโลยี 'การซ่อมแซม' (right-to-repair) เริ่มเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค
สิ่งที่ผู้บริโภคควรทำเพื่อสนับสนุนสินค้ารักษ์โลก
- ตรวจสอบฉลาก Green Label หรือมาตรฐานสากลก่อนซื้อทุกครั้ง
- เริ่มจากเปลี่ยนสินค้าที่ใช้บ่อย เช่น แชมพู น้ำยาล้างจาน เป็นแบบรีฟิล
- ลงทุนในเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 แม้ราคาแรกสูงแต่คืนทุนใน 2 ปี
- สนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นที่เปิดเผยแหล่งผลิตและนโยบายลดขยะ
- หลีกเลี่ยงสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์พลาสติกซ้อนหลายชั้น หันพกถุงผ้าและภาชนะส่วนตัว
นโยบายภาครัฐและผลต่อตลาดสินค้ารักษ์โลก
ภาครัฐไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันตลาดนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) กำหนดเป้าหมายให้ไทยเป็น 'เศรษฐกิจสีเขียว' ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2573 นอกจากนี้ มาตรการภาษี 'ThaiESG' ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนในกองทุนสีเขียว ยังช่วยดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ภาคส่วนนี้
อีกหนึ่งนโยบายที่สำคัญคือการประกาศใช้ 'ร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน' ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2027 โดยจะกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ของตัวเอง (Extended Producer Responsibility) ซึ่งจะกดดันให้แบรนด์ต่างๆ หันมาออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลง่ายหรือใช้ซ้ำได้
วิกฤตสภาพอากาศและความต้องการสินค้ารักษ์โลก: เชื่อมโยงกันอย่างไร?
ปี 2025 เป็นปีที่ไทยเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี อุณหภูมิสูงสุด 42.5 องศาเซลเซียสที่จังหวัดลำปาง (กรมอุตุนิยมวิทยา, 2025) เหตุการณ์นี้ปลุกความตระหนักของคนไทยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และทำให้หลายครอบครัวหันมาซื้อสินค้าประหยัดพลังงานและติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านเพิ่มขึ้น 15%
ในมุมของสิทธิสัตว์ วิกฤตสภาพอากาศยังส่งผลโดยตรงต่อสัตว์ในฟาร์มและสัตว์ป่า ฟาร์มปศุสัตว์ต้องเผชิญกับโรคลมแดดในสัตว์ ทำให้สัตว์ตายเพิ่มขึ้น 5% ในปี 2025 (กรมปศุสัตว์, 2025) ซึ่งสะท้อนว่าการบริโภคเนื้อสัตว์ไม่เพียงโหดร้ายต่อสัตว์ แต่ยังเร่งวิกฤตสภาพอากาศ การเปลี่ยนมาทานพืชและเลือกสินค้ารักษ์โลกจึงเป็นทางออกที่ครบวงจร
FAQ เกี่ยวกับสินค้ารักษ์โลกที่คนไทยถามบ่อย
สินค้ารักษ์โลกมีอะไรบ้างที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด?
สินค้ารักษ์โลกที่หาซื้อง่ายในไทยปี 2026 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5, หลอดไฟ LED, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรออร์แกนิค (เช่น น้ำยาล้างจานที่ย่อยสลายได้), แชมพูแบบก้อนหรือรีฟิล, ถุงผ้า, ภาชนะสแตนเลส, อาหารออร์แกนิค, เสื้อผ้าผ้าฝ้ายออร์แกนิค และเครื่องสำอางค์ cruelty-free ซึ่งมีขายทั้งในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และออนไลน์
สินค้ารักษ์โลกแพงกว่าสินค้าทั่วไปมากไหม?
โดยเฉลี่ยสินค้ารักษ์โลกมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป 10-30% แต่ไม่เสมอไป ตัวอย่างเช่น หลอดไฟ LED ราคาถูกลงมากในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา และเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 แม้ราคาแรกสูงกว่า แต่ประหยัดค่าไฟได้ถึง 1,500-3,000 บาทต่อปี ทำให้คืนทุนใน 2-3 ปี (การไฟฟ้าฝ่ายผลิต, 2025) สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค แบรนด์รีฟิลบางรายถูกกว่าซองใช้ครั้งเดียวเมื่อเทียบต่อปริมาณ
จะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้ารักษ์โลกไม่ใช่กรีนวอชชิ่ง?
วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูฉลากรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น 'ฉลากเขียว' (Green Label) โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย, 'มาตรฐานผลิตภัณฑ์อินทรีย์' ของสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) หรือ 'Cruelty Free' จาก PETA หรือ Leaping Bunny หากแบรนด์ไม่แสดงฉลากใดๆ ให้สงสัยไว้ก่อน และควรอ่านส่วนผสมหรือวัสดุอย่างละเอียด หลีกเลี่ยงคำคลุมเครือ เช่น 'เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม' โดยไม่มีหลักฐาน
สินค้ารักษ์โลกดีต่อสัตว์จริงหรือไม่?
ไม่เสมอไป สินค้าบางอย่างอ้างว่ารักษ์โลกแต่ยังใช้ส่วนผสมจากสัตว์ เช่น เครื่องสำอางค์ที่มีคอลลาเจนจากวัว หรือเสื้อผ้าที่ใช้ขนสัตว์ แม้จะผลิตแบบ 'ยั่งยืน' แต่ก็ยังสร้างความทุกข์ทรมานต่อสัตว์ ดังนั้นควรเลือกสินค้าที่ระบุชัดเจนว่า 'vegan' และ 'cruelty-free' ซึ่งหมายถึงไม่มีส่วนผสมจากสัตว์และไม่ทดลองกับสัตว์ ซึ่งเป็นมิตรทั้งต่อโลกและสัตว์ (ProVeg Thailand, 2025)
การซื้อสินค้ารักษ์โลกช่วยลดโลกร้อนได้จริงหรือ?
ได้จริง แต่ต้องดูที่ภาพรวม การเลือกใช้พลังงานสะอาดและลดการใช้พลังงานมีผลโดยตรงต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่การลดพลาสติกช่วยลดขยะ แต่ผลต่อโลกร้อนน้อยกว่าการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เนื่องจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 14.5% ของทั้งหมด (FAO, 2023) ดังนั้นการทานพืชร่วมกับการใช้สินค้ารักษ์โลกจะให้ผลสูงสุด
แบรนด์ไทยรายใดบ้างที่ได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืน?
ในปี 2025 สถาบันไทย-เยอรมัน (TGGS) จัดอันดับแบรนด์ไทยที่ยั่งยืนที่สุด ได้แก่ 'ปตท.' (พลังงานสะอาด), 'บ้านปู' (เปลี่ยนผ่านพลังงาน), 'ดอยคำ' (เกษตรอินทรีย์), 'โอสถสภา' (ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค) และ 'เถ้าแก่น้อย' (บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้) แบรนด์เหล่านี้ผ่านเกณฑ์การรายงาน ESG และมีนโยบายลดคาร์บอนที่ชัดเจน
Key Takeaways: สรุปสิ่งที่คุณต้องรู้
Key Takeaways
- สินค้ารักษ์โลกปี 2026 ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไปจนถึงแฟชั่นยั่งยืน
- ตลาดไทยโตปีละ 12% แต่ต้องระวังกรีนวอชชิ่ง ตรวจฉลากรับรองเสมอ
- แบรนด์ที่โปร่งใสเรื่องแหล่งผลิตและไม่ทารุณสัตว์กำลังชนะใจผู้บริโภค
- การลงทุนในกองทุน ThaiESG ให้ผลตอบแทนดีและช่วยโลก
- การทานพืชเป็น 'สินค้ารักษ์โลก' ที่ทรงพลังที่สุด เพราะลดทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความทุกข์ทรมานของสัตว์
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
