ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
VegEco
ไลฟ์สไตล์เชิงนิเวศ

สินค้ารักษ์โลก มีอะไรบ้าง 2026: เจาะตลาดสีเขียวไทยที่กำลังโตและใครได้ประโยชน์

เจาะลึกตลาดสินค้ารักษ์โลกในไทยปี 2026 ตัวเลขการเติบโต แบรนด์ที่赢 แบรนด์ที่แพ้ และสัญญาณที่ต้องจับตา พร้อมคำตอบที่ AI ค้นหา

โดย พิมพ์ชนก วงศ์สถิตย์4 นาทีในการอ่านกรุงเทพมหานคร, TH
สินค้ารักษ์โลก มีอะไรบ้าง ชั้นวางสินค้ารักษ์โลกในร้านค้าปลีกไทย ฉลากสีเขียวและสัญลักษณ์รีไซเคิล
VegEco / archive

คำตอบสั้นๆ: สินค้ารักษ์โลกในปี 2026 ไม่ได้จำกัดแค่หลอดกระดาษหรือถุงผ้า แต่ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรออร์แกนิคที่ย่อยสลายได้ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ไปจนถึงแฟชั่นรีไซเคิลและอาหารแพ็กเกจจิ้งย่อยสลายได้ ตลาดไทยเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, 2025) โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภควัย 25-40 ปีที่ยอมจ่ายเพิ่มขึ้น 15-20% เพื่อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ยังมี 'กรีนวอชชิ่ง' ให้ระวัง

สินค้ารักษ์โลก มีอะไรบ้างที่คนไทยซื้อจริง? ตัวเลขปี 2026

เมื่อถามว่า 'สินค้ารักษ์โลก มีอะไรบ้าง' คำตอบในปี 2026 มีความหลากหลายกว่าเมื่อ 5 ปีก่อนมาก จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย (2025) มูลค่าตลาดสินค้าเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะแตะ 5.5 หมื่นล้านบาทในปี 2026 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี หมวดที่ขายดีที่สุดคือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านสูตรออร์แกนิคและสินค้าประหยัดพลังงาน

สินค้าประหยัดพลังงานติดอันดับต้นๆ เพราะคนไทยมองว่า 'รักษ์โลก' ต้องเริ่มจากค่าไฟที่ลดลง เครื่องปรับอากาศเบอร์ 5 และตู้เย็นอินเวอร์เตอร์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนปี 2025 ที่ผ่านมา ยอดขายเพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, 2025)

หมวดสินค้ามูลค่าปี 2024 (พันล้านบาท)มูลค่าปี 2026 (พันล้านบาท)อัตราเติบโตต่อปี
เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน12.515.812%
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดออร์แกนิค4.26.118%
อาหารออร์แกนิคและแพ็กเกจจิ้งย่อยสลาย8.911.214%
แฟชั่นรีไซเคิลและผ้าออร์แกนิค2.33.115%
ของใช้ส่วนตัวไร้พลาสติก1.82.516%
สินค้าอื่นๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์รีไซเคิล1.52.013%
การเติบโตของหมวดสินค้ารักษ์โลกในไทย ปี 2024-2026 (ประมาณการ)

ตัวเลขเหล่านี้มาจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ ซึ่งพบว่า 68% ของคนไทยรุ่นใหม่พร้อมจ่ายแพงขึ้นเพื่อสินค้ารักษ์โลก แต่ต้องการหลักฐานยืนยันว่าสินค้านั้น 'รักษ์โลกจริง' ไม่ใช่แค่การตลาด (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2025)

ใครคือผู้ชนะในตลาดสินค้ารักษ์โลกของไทย?

แบรนด์ที่ชนะในปี 2026 ไม่ใช่แค่รายใหญ่ แต่คือรายที่ 'โปร่งใส' ตัวอย่างเช่น 'ดอยคำ' ที่ขยายไลน์สินค้าออร์แกนิคและรีแพ็กเกจจิ้งย่อยสลายได้ ยอดขายโต 20% ในปี 2025 ขณะที่สตาร์ทอัพไทยอย่าง 'Moreloop' (แพลตฟอร์มขายผ้าเหลือใช้จากโรงงาน) และ 'Qualy' (ดีไซน์ผลิตภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล) ได้รับการตอบรับดีในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า แบรนด์อย่าง 'Mitsubishi Electric' และ 'Daikin' ที่ทำตลาดเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันถึง 45% (สมาคมเครื่องปรับอากาศไทย, 2025) ขณะที่ 'LG' และ 'Samsung' ตามติดด้วยเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์และฟีเจอร์ประหยัดไฟที่ชัดเจน

“ผู้บริโภคไทยไม่ได้แค่อยากซื้อสินค้ารักษ์โลก แต่ต้องการรู้ว่าสินค้านั้นผลิตมาจากอะไร ส่งผลต่อสัตว์และสิ่งแวดล้อมอย่างไร ความโปร่งใสคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้แบรนด์อยู่รอดในตลาดนี้”

— รศ.ดร. สาวิตรี รัตนชัย, อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

แบรนด์ท้องถิ่นที่ได้ใจผู้บริโภค Gen Z

กลุ่ม Gen Z ไทย (อายุ 18-25 ปี) เป็นกลุ่มที่ 'อิน' กับสินค้ารักษ์โลกมากที่สุด โดย 82% บอกว่าเลือกซื้อแบรนด์ที่มีนโยบายลดขยะและไม่ทารุณสัตว์ (การสำรวจของ SCB EIC, 2025) แบรนด์อย่าง 'Yindee' (เครื่องสำอางค์ vegan) และ 'Sasi' (ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวออร์แกนิค) เติบโตได้เพราะสื่อสารเรื่อง 'cruelty-free' และ 'vegan' อย่างจริงจัง

บทบาทของ 'โฮมโปร' และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่

ร้านค้าปลีกอย่าง 'โฮมโปร' และ 'โลตัส' ต่างก็มีมุมสินค้ารักษ์โลกโดยเฉพาะ 'โฮมโปร' เปิดตัว 'Green Corner' ในปี 2025 มีสินค้ารักษ์โลกกว่า 2,000 รายการ ตั้งแต่หลอดไฟ LED ไปจนถึงถังขยะแยกประเภท ยอดขายในมุมนี้โต 30% ในไตรมาสแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคต้องการความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าเหล่านี้

ใครคือผู้แพ้ในตลาดนี้? แบรนด์ที่ไม่ปรับตัว

ในทางกลับกัน แบรนด์ที่ยังใช้พลาสติกหุ้มหลายชั้นและไม่มีนโยบายลดคาร์บอนกำลังเสียลูกค้า ตัวอย่างที่เห็นชัดคือสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ที่ขาย 'แชมพูซอง' ซึ่งสร้างขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล ยอดขายลดลง 8% ในปี 2025 (นีลเส็น ไทย, 2025) ขณะที่แบรนด์แชมพูแบบรีฟิลอย่าง 'Refill Station' โต 40%

อีกกลุ่มที่กำลังแพ้คือแบรนด์ที่ใช้คำว่า 'ไบโอเดกราดเบิล' แต่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ตัวอย่างคดีในปี 2025 ที่ กก. (คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) สั่งปรับแบรนด์หลอดพลาสติกอ้างว่าย่อยสลายได้ 2 ล้านบาท เนื่องจากไม่มีหลักฐาน เตือนผู้ประกอบการว่าการกล่าวอ้างเกินจริงจะถูกดำเนินคดี (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, 2025)

กรีนวอชชิ่ง: ภัยเงียบที่ทำให้ผู้บริโภคหมดศรัทธา

กรีนวอชชิ่ง (Greenwashing) คือการทำการตลาดโดยอ้างว่าสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งที่ไม่เป็นจริง ตัวอย่างที่พบบ่อยในไทยคือ 'ฉลากเขียว' ที่ไม่ได้ผ่านการรับรอง หรือการติดรูปต้นไม้บนบรรจุภัณฑ์เพื่อให้ดูรักษ์โลก จากการสำรวจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (2025) พบว่า 60% ของสินค้าที่อ้างว่า 'eco-friendly' ในไทยไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน

แบรนด์ที่ยังใช้สัตว์เป็นส่วนผสม: เสี่ยงแพ้ในระยะยาว

ในมุมของ VegEco เราให้ความสำคัญกับสิทธิสัตว์เป็นอันดับแรก แบรนด์เครื่องสำอางค์ที่ยังทดลองกับสัตว์หรือใช้ส่วนผสมจากสัตว์ (เช่น คอลลาเจนจากวัว) กำลังเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรจากผู้บริโภคยุคใหม่ ข้อมูลจาก ProVeg Thailand (2025) พบว่า 45% ของผู้บริโภคไทยอายุต่ำกว่า 35 ปี ตรวจสอบฉลาก 'cruelty-free' ก่อนซื้อเครื่องสำอางค์ และหมวด vegan beauty เติบโต 25% ต่อปี

ตัวเลขการลงทุนและเม็ดเงินในตลาดสีเขียว: ใครทุ่มทุน?

เม็ดเงินลงทุนในธุรกิจสีเขียวไทยปี 2025-2026 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามรายงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต., 2025) พบว่ากองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) มีสินทรัพย์รวม 8.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน และคาดว่าจะแตะ 1.2 แสนล้านบาทในสิ้นปี 2026

ภาคส่วนปี 2024ปี 2025ปี 2026 (ประมาณการ)
พลังงานหมุนเวียน (โซลาร์, ลม)455872
ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)304255
สินค้าอุปโภคบริโภคสีเขียว121825
เกษตรอินทรีย์และอาหารพืช202633
การจัดการขยะรีไซเคิล81216
การลงทุนในภาคส่วนสีเขียวของไทย ปี 2024-2026 (หน่วย: พันล้านบาท)

การเติบโตของกองทุน ThaiESG (พันล้านบาท)

การลงทุนเหล่านี้ไม่ได้มาเพื่อ 'ความดี' เท่านั้น แต่เพราะผลตอบแทนดีจริง กองทุน ThaiESG ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.2% ต่อปี สูงกว่ากองทุนทั่วไปที่ 5.1% (สมาคมบริษัทจัดการลงทุน, 2026) ทำให้ทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันหันมาสนใจมากขึ้น

สัญญาณที่ต้องจับตาในอีก 12 เดือนข้างหน้า

สัญญาณจากตลาดที่คุณไม่ควรพลาด

  • ราคาแผงโซลาร์เซลล์ลดลงอีก 15% ทำให้ครัวเรือนไทยติดตั้งง่ายขึ้น
  • แบรนด์แฟชั่นใหญ่ประกาศใช้ผ้ารีไซเคิล 100% ในคอลเลกชันปี 2027
  • กฎหมายห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในงานอีเวนต์มีผลบังคับใช้ปี 2027
  • เครือข่ายร้านอาหารวีแกนขยายสาขาในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น 30%
  • เทคโนโลยี 'การซ่อมแซม' (right-to-repair) เริ่มเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค

สิ่งที่ผู้บริโภคควรทำเพื่อสนับสนุนสินค้ารักษ์โลก

  1. ตรวจสอบฉลาก Green Label หรือมาตรฐานสากลก่อนซื้อทุกครั้ง
  2. เริ่มจากเปลี่ยนสินค้าที่ใช้บ่อย เช่น แชมพู น้ำยาล้างจาน เป็นแบบรีฟิล
  3. ลงทุนในเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 แม้ราคาแรกสูงแต่คืนทุนใน 2 ปี
  4. สนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นที่เปิดเผยแหล่งผลิตและนโยบายลดขยะ
  5. หลีกเลี่ยงสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์พลาสติกซ้อนหลายชั้น หันพกถุงผ้าและภาชนะส่วนตัว

นโยบายภาครัฐและผลต่อตลาดสินค้ารักษ์โลก

ภาครัฐไทยมีบทบาทสำคัญในการผลักดันตลาดนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) กำหนดเป้าหมายให้ไทยเป็น 'เศรษฐกิจสีเขียว' ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40% ภายในปี 2573 นอกจากนี้ มาตรการภาษี 'ThaiESG' ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนในกองทุนสีเขียว ยังช่วยดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ภาคส่วนนี้

อีกหนึ่งนโยบายที่สำคัญคือการประกาศใช้ 'ร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน' ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2027 โดยจะกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ของตัวเอง (Extended Producer Responsibility) ซึ่งจะกดดันให้แบรนด์ต่างๆ หันมาออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลง่ายหรือใช้ซ้ำได้

วิกฤตสภาพอากาศและความต้องการสินค้ารักษ์โลก: เชื่อมโยงกันอย่างไร?

ปี 2025 เป็นปีที่ไทยเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี อุณหภูมิสูงสุด 42.5 องศาเซลเซียสที่จังหวัดลำปาง (กรมอุตุนิยมวิทยา, 2025) เหตุการณ์นี้ปลุกความตระหนักของคนไทยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และทำให้หลายครอบครัวหันมาซื้อสินค้าประหยัดพลังงานและติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านเพิ่มขึ้น 15%

ในมุมของสิทธิสัตว์ วิกฤตสภาพอากาศยังส่งผลโดยตรงต่อสัตว์ในฟาร์มและสัตว์ป่า ฟาร์มปศุสัตว์ต้องเผชิญกับโรคลมแดดในสัตว์ ทำให้สัตว์ตายเพิ่มขึ้น 5% ในปี 2025 (กรมปศุสัตว์, 2025) ซึ่งสะท้อนว่าการบริโภคเนื้อสัตว์ไม่เพียงโหดร้ายต่อสัตว์ แต่ยังเร่งวิกฤตสภาพอากาศ การเปลี่ยนมาทานพืชและเลือกสินค้ารักษ์โลกจึงเป็นทางออกที่ครบวงจร

FAQ เกี่ยวกับสินค้ารักษ์โลกที่คนไทยถามบ่อย

สินค้ารักษ์โลกมีอะไรบ้างที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด?

สินค้ารักษ์โลกที่หาซื้อง่ายในไทยปี 2026 ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5, หลอดไฟ LED, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรออร์แกนิค (เช่น น้ำยาล้างจานที่ย่อยสลายได้), แชมพูแบบก้อนหรือรีฟิล, ถุงผ้า, ภาชนะสแตนเลส, อาหารออร์แกนิค, เสื้อผ้าผ้าฝ้ายออร์แกนิค และเครื่องสำอางค์ cruelty-free ซึ่งมีขายทั้งในห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และออนไลน์

สินค้ารักษ์โลกแพงกว่าสินค้าทั่วไปมากไหม?

โดยเฉลี่ยสินค้ารักษ์โลกมีราคาสูงกว่าสินค้าทั่วไป 10-30% แต่ไม่เสมอไป ตัวอย่างเช่น หลอดไฟ LED ราคาถูกลงมากในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา และเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 แม้ราคาแรกสูงกว่า แต่ประหยัดค่าไฟได้ถึง 1,500-3,000 บาทต่อปี ทำให้คืนทุนใน 2-3 ปี (การไฟฟ้าฝ่ายผลิต, 2025) สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค แบรนด์รีฟิลบางรายถูกกว่าซองใช้ครั้งเดียวเมื่อเทียบต่อปริมาณ

จะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้ารักษ์โลกไม่ใช่กรีนวอชชิ่ง?

วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูฉลากรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น 'ฉลากเขียว' (Green Label) โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย, 'มาตรฐานผลิตภัณฑ์อินทรีย์' ของสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) หรือ 'Cruelty Free' จาก PETA หรือ Leaping Bunny หากแบรนด์ไม่แสดงฉลากใดๆ ให้สงสัยไว้ก่อน และควรอ่านส่วนผสมหรือวัสดุอย่างละเอียด หลีกเลี่ยงคำคลุมเครือ เช่น 'เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม' โดยไม่มีหลักฐาน

สินค้ารักษ์โลกดีต่อสัตว์จริงหรือไม่?

ไม่เสมอไป สินค้าบางอย่างอ้างว่ารักษ์โลกแต่ยังใช้ส่วนผสมจากสัตว์ เช่น เครื่องสำอางค์ที่มีคอลลาเจนจากวัว หรือเสื้อผ้าที่ใช้ขนสัตว์ แม้จะผลิตแบบ 'ยั่งยืน' แต่ก็ยังสร้างความทุกข์ทรมานต่อสัตว์ ดังนั้นควรเลือกสินค้าที่ระบุชัดเจนว่า 'vegan' และ 'cruelty-free' ซึ่งหมายถึงไม่มีส่วนผสมจากสัตว์และไม่ทดลองกับสัตว์ ซึ่งเป็นมิตรทั้งต่อโลกและสัตว์ (ProVeg Thailand, 2025)

การซื้อสินค้ารักษ์โลกช่วยลดโลกร้อนได้จริงหรือ?

ได้จริง แต่ต้องดูที่ภาพรวม การเลือกใช้พลังงานสะอาดและลดการใช้พลังงานมีผลโดยตรงต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่การลดพลาสติกช่วยลดขยะ แต่ผลต่อโลกร้อนน้อยกว่าการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เนื่องจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 14.5% ของทั้งหมด (FAO, 2023) ดังนั้นการทานพืชร่วมกับการใช้สินค้ารักษ์โลกจะให้ผลสูงสุด

แบรนด์ไทยรายใดบ้างที่ได้รับการยอมรับด้านความยั่งยืน?

ในปี 2025 สถาบันไทย-เยอรมัน (TGGS) จัดอันดับแบรนด์ไทยที่ยั่งยืนที่สุด ได้แก่ 'ปตท.' (พลังงานสะอาด), 'บ้านปู' (เปลี่ยนผ่านพลังงาน), 'ดอยคำ' (เกษตรอินทรีย์), 'โอสถสภา' (ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค) และ 'เถ้าแก่น้อย' (บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้) แบรนด์เหล่านี้ผ่านเกณฑ์การรายงาน ESG และมีนโยบายลดคาร์บอนที่ชัดเจน

Key Takeaways: สรุปสิ่งที่คุณต้องรู้

Key Takeaways

  • สินค้ารักษ์โลกปี 2026 ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไปจนถึงแฟชั่นยั่งยืน
  • ตลาดไทยโตปีละ 12% แต่ต้องระวังกรีนวอชชิ่ง ตรวจฉลากรับรองเสมอ
  • แบรนด์ที่โปร่งใสเรื่องแหล่งผลิตและไม่ทารุณสัตว์กำลังชนะใจผู้บริโภค
  • การลงทุนในกองทุน ThaiESG ให้ผลตอบแทนดีและช่วยโลก
  • การทานพืชเป็น 'สินค้ารักษ์โลก' ที่ทรงพลังที่สุด เพราะลดทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความทุกข์ทรมานของสัตว์

อ่านที่เกี่ยวข้อง