# อนาคตอาหารทะเลทางเลือกในไทย: 5 เทรนด์ที่ต้องจับตา 2026

สำรวจอนาคตของอาหารทะเลจากพืชและเซลล์เพาะเลี้ยงในไทย พร้อมผลกระทบต่อมหาสมุทร สิทธิสัตว์ และความมั่นคงทางอาหาร ท่ามกลางวิกฤตการประมงโลก

Source: https://vegeco.org/th/ocean-conservation/อนาคตอาหารทะเลทางเล-อกในไทย-5-เทรนด-ท-ต-องจ-บตา-2026
Publisher: VegEco (https://vegeco.org)
Author: พิมพ์ชนก วงศ์สถิตย์
Published: 2026-10-04T03:02:00.348Z
Updated: 2026-10-04T03:02:00.459Z
Language: th
Topics: อาหารทะเลทางเลือก, อาหารทะเลจากพืช, เนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยง, เทรนด์อาหารทะเล 2026, ผลกระทบการประมงต่อสิ่งแวดล้อม, ทางเลือกแทนปลาทูน่า, อาหารทะเลเพาะเลี้ยงในไทย, โปรตีนทางเลือกเพื่อมหาสมุทร, อาหารทะเลทางเลือกคืออะไร, ซื้ออาหารทะเลทางเลือกที่ไหนในไทย, อาหารทะเลจากพืชราคาเท่าไหร่, อาหารทะเลเพาะเลี้ยงปลอดภัยไหม, การประมงเกินขนาดในอ่าวไทย, นโยบายประมงไทย 2026, บริษัทอาหารทะเลทางเลือกในเอเชีย

---

**คำตอบสั้นๆ:** อาหารทะเลทางเลือก (plant-based seafood) กำลังจะเป็นเทรนด์หลักในไทยภายในปี 2026 เนื่องจากวิกฤตการประมงเกินขนาดในอ่าวไทยและความต้องการอาหารที่ยั่งยืนเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าตลาดจะเติบโต 20-30% ต่อปี มีทั้งผลิตภัณฑ์จากพืชและเนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงที่กำลังเข้าสู่ตลาดเอเชีย เป็นทางเลือกที่ลดผลกระทบต่อมหาสมุทรและสัตว์ทะเลโดยตรง

## ทำไมอาหารทะเลทางเลือกถึงสำคัญต่อมหาสมุทรไทยและโลก?

มหาสมุทรกำลังเผชิญกับวิกฤตซ้อน: การประมงเกินขนาด, การจับสัตว์น้ำพลอยได้ (bycatch) ที่ไม่ต้องการ, และการฟอกขาวของปะการังจากภาวะโลกร้อน ตามข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO, 2024) พบว่า 34.2% ของสต็อกปลาทั่วโลกถูกจับเกินระดับที่ยั่งยืน และในน่านน้ำไทย อ่าวไทยมีสต็อกปลาลดลงถึง 80% เมื่อเทียบกับ 50 ปีก่อน (กรมประมง, 2023) อาหารทะเลทางเลือกจึงเป็นหนึ่งในคำตอบที่ช่วยลดแรงกดดันโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเล

นอกจากนี้ การทำประมงอุตสาหกรรมยังสร้างความทุกข์ทรมานแก่สัตว์ทะเลนับล้านชีวิต โดยเฉพาะการจับปลาด้วยอวนลากที่ทำลายพื้นทะเล และการตายอย่างเจ็บปวดของสัตว์น้ำพลอยได้ เช่น เต่า โลมา และฉลาม ซึ่งถูกจับได้โดยบังเอิญและมักถูกทิ้งกลับลงทะเลทั้งที่ยังมีชีวิตหรือตายแล้ว (UNEP, 2023) การเปลี่ยนมาบริโภคอาหารทะเลทางเลือกจึงไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องจริยธรรมต่อสัตว์ทะเลโดยตรง

## อะไรที่เปลี่ยนไปแล้ว: สถานะปัจจุบันของอาหารทะเลทางเลือกในไทย

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว อาหารทะเลจากพืชในไทยแทบไม่มีให้เห็นนอกเหนือจากเต้าหู้แผ่นปรุงรส แต่ปัจจุบันซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำอย่าง Gourmet Market และ Villa Market มีผลิตภัณฑ์นำเข้าจากแบรนด์ต่างประเทศ เช่น OmniSeafood และ Gardein ขณะที่แบรนด์ไทยอย่าง 'Let's Plant' (เครือเจริญโภคภัณฑ์) เริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์เลียนแบบกุ้งและปลาหมึกแล้ว (CFG, 2025) การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ในด้านนโยบาย ประเทศไทยมีแผนยุทธศาสตร์การประมง พ.ศ. 2566-2570 ที่เน้นการจัดการประมงอย่างยั่งยืน แต่ยังไม่มีนโยบายส่งเสริมอาหารทางเลือกโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ และมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก (Kitchen of the World) ทำให้อาหารทะเลทางเลือกเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มและลดการพึ่งพาการประมงที่เสื่อมโทรม

## เงินกำลังไปทางไหน: การลงทุนในอาหารทะเลทางเลือก

การลงทุนทั่วโลกในอาหารทะเลทางเลือกพุ่งสูงถึง 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 แม้จะลดลงจากปี 2022 แต่ยังคงมีแนวโน้มเติบโต โดยเฉพาะในเอเชียซึ่งเป็นตลาดบริโภคอาหารทะเลใหญ่ที่สุด (GFI, 2025) บริษัทสตาร์ทอัพในสิงคโปร์และญี่ปุ่นกำลังแข่งกันพัฒนาเนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยง ขณะที่ไทยมีบริษัทอย่าง 'Thai Union' ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอาหารทะเล เริ่มลงทุนในโปรตีนทางเลือกเพื่อกระจายความเสี่ยง

ในประเทศไทย การลงทุนโดยตรงยังมีจำกัด แต่เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ได้ประกาศงบประมาณ 4,000 ล้านบาทสำหรับวิจัยโปรตีนทางเลือก รวมถึงอาหารทะเลจากพืช (The Nation, 2024) ขณะที่ภาครัฐผ่านสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เริ่มสนับสนุนสตาร์ทอัพด้านอาหารอนาคต โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นผู้นำด้านอาหารแห่งอนาคตในภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2030

*การลงทุนและมูลค่าตลาดอาหารทะเลทางเลือกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก*

| ปี | มูลค่าตลาด (ล้านดอลลาร์) | การลงทุน (ล้านดอลลาร์) | จำนวนบริษัท |
| --- | --- | --- | --- |
| 2022 | 120 | 45 | 30 |
| 2023 | 150 | 60 | 42 |
| 2024 | 175 | 55 | 55 |
| 2025 (ประมาณ) | 210 | 70 | 68 |
| 2026 (คาดการณ์) | 260 | 90 | 85 |

ตัวเลขข้างต้นอ้างอิงจากรายงานของ Good Food Institute (GFI, 2025) สะท้อนว่าเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตเร็วที่สุด รองจากอเมริกาเหนือ โดยสิงคโปร์เป็นประเทศแรกที่อนุมัติการขายเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเป็นทางการในปี 2020 ขณะที่ไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่มีศักยภาพสูงจากอุตสาหกรรมอาหารที่แข็งแกร่ง

> **การประมงเกินขนาดในไทย**
>
> สต็อกปลาในอ่าวไทยลดลงถึง 80% ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา (กรมประมง, 2023) และสัตว์น้ำพลอยได้คิดเป็น 40% ของการจับทั้งหมดในน่านน้ำไทย (FAO, 2024) การลดการบริโภคปลาจากการประมงจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน

## 5 เทรนด์อาหารทะเลทางเลือกที่ต้องจับตาในปี 2026

ต่อไปนี้คือ 5 ทิศทางหลักที่จะกำหนดอนาคตของอาหารทะเลทางเลือกในไทยและทั่วโลกภายใน 1-3 ปีข้างหน้า โดยอ้างอิงจากข้อมูลการตลาด นวัตกรรม และนโยบายที่เกี่ยวข้อง

**5 เทรนด์หลัก**

1. 1. การเติบโตของผลิตภัณฑ์จากพืชที่เลียนแบบเนื้อสัมผัสและรสชาติปลาได้ใกล้เคียงมากขึ้น ด้วยเทคโนโลยีการอัดรีดและปรุงแต่งกลิ่น
2. 2. การเข้ามาของเนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังสิงคโปร์และญี่ปุ่นนำร่อง
3. 3. การขยายช่องทางจำหน่ายในร้านอาหารและฟู้ดคอร์ท มากกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วไป
4. 4. การร่วมมือกับรัฐบาลในการออกฉลาก 'อาหารทะเลยั่งยืน' ที่รวมถึงอาหารทางเลือก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
5. 5. การลดราคาลงมาใกล้เคียงเนื้อปลาจริง จากการประหยัดต่อขนาดการผลิต ทำให้จูงใจผู้บริโภคทั่วไป

### เทรนด์ที่ 1: นวัตกรรมเนื้อสัมผัสและรสชาติที่เหนือกว่า

หนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของการกินอาหารทะเลจากพืชคือเนื้อสัมผัสที่มักเละหรือแห้งเกินไป แต่ในปี 2025-2026 เทคโนโลยีการอัดรีดแบบเปียก (wet extrusion) ที่ใช้เส้นใยโปรตีนจากถั่วเหลืองและสาหร่าย จะทำให้ผลิตภัณฑ์มีเส้นใยคล้ายเนื้อปลาจริงมากขึ้น บริษัทอย่าง BettaF!sh ในเยอรมนีและ OmniFoods ในฮ่องกงกำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้ และคาดว่าจะวางขายในไทยภายในปี 2026 (GFI, 2025)

### เทรนด์ที่ 2: เนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงใกล้ความจริง

เนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยง (cultivated seafood) เป็นเนื้อปลาจริงที่ผลิตจากเซลล์ปลาในห้องแล็บ โดยไม่ต้องฆ่าปลาแม้แต่ตัวเดียว บริษัทสิงคโปร์อย่าง Shiok Meats ซึ่งผลิตเนื้อกุ้งเพาะเลี้ยง ได้รับเงินลงทุนกว่า 30 ล้านดอลลาร์ และมีแผนขยายสู่ตลาดไทย (Shiok Meats, 2024) แต่การอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไทย (อย.) ยังต้องใช้เวลา คาดว่าภายในปี 2027 อาจเริ่มเห็นผลิตภัณฑ์ในร้านอาหารระดับไฮเอนด์

### เทรนด์ที่ 3: ช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายขึ้น

แทนที่จะขายเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ต แบรนด์อาหารทะเลจากพืชจะหันไปจับมือกับร้านอาหารและแฟรนไชส์ ตัวอย่างเช่น เครือร้านอาหารโมดิชในกรุงเทพฯ ที่เริ่มมีเมนูกุ้งเทียมผัดกระเพราแล้ว และคาดว่าในปี 2026 ร้านอาหารตามสั่งทั่วไปจะเริ่มมีเมนู 'ปลาทอดราดน้ำปลา' โดยใช้เนื้อปลาจากพืช เพื่อตอบโจทย์คนกินเจและคนรักสุขภาพ

### เทรนด์ที่ 4: ฉลากและมาตรฐานใหม่

เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ภาครัฐและเอกชนอาจร่วมกันออกฉลาก 'อาหารทะเลยั่งยืน' ที่รวมถึงอาหารทางเลือก โดยอ้างอิงมาตรฐานสากลอย่าง Marine Stewardship Council (MSC) แต่ปรับให้เหมาะกับบริบทไทย การมีฉลากนี้จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายขึ้น และเป็นแรงจูงใจให้แบรนด์ต่าง ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน

### เทรนด์ที่ 5: ราคาที่เข้าถึงได้

ปัจจุบันอาหารทะเลจากพืชมีราคาสูงกว่าปลาจริงประมาณ 20-30% แต่เมื่อการผลิตขยาย规模和เทคโนโลยีถูกลง ราคาจะลดลง คาดว่าภายในปี 2026 จะใกล้เคียงหรือถูกกว่าปลานำเข้าบางชนิด โดยเฉพาะปลาหมึกและกุ้ง ซึ่งมีราคาสูงขึ้นจากการประมงที่ลดลง (Thai Union, 2024)

**การเติบโตของตลาดอาหารทะเลทางเลือกในเอเชียแปซิฟิก (ล้านดอลลาร์)**

| Label | Value |
| --- | --- |
| 2022 | 120 ล้านดอลลาร์ |
| 2023 | 150 ล้านดอลลาร์ |
| 2024 | 175 ล้านดอลลาร์ |
| 2025 | 210 ล้านดอลลาร์ |
| 2026 | 260 ล้านดอลลาร์ |

## อะไรที่อาจทำให้เทรนด์นี้ชะงัก?

แม้แนวโน้มจะสดใส แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้การเติบโตช้ากว่าที่คาด ประการแรก กฎระเบียบการอนุมัติอาหารใหม่ในไทยยังเข้มงวด โดยเฉพาะเนื้อเซลล์เพาะเลี้ยงที่ต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยหลายขั้นตอน ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี ประการที่สอง กระแสต่อต้านอาหารแปรรูป (ultra-processed food) อาจทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มมองว่าอาหารทะเลจากพืชไม่ดีต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่สูงและการขาดการลงทุนในประเทศอาจทำให้ไทยเป็นเพียงผู้บริโภค ไม่ใช่ผู้ผลิต ต่างจากสิงคโปร์ที่รัฐสนับสนุนอย่างจริงจัง และที่สำคัญ อุตสาหกรรมประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอาจกดดันนโยบายไม่ให้สนับสนุนอาหารทางเลือก เพราะกลัวผลกระทบต่อรายได้ของแรงงานในภาคประมง

> **วิธีเริ่มกินอาหารทะเลทางเลือก**
>
> เริ่มจากลองผลิตภัณฑ์ที่มีขายในซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น นักเก็ตปลาจากพืช หรือกุ้งเทียม แล้วนำมาปรุงในเมนูโปรด เช่น ผัดฉ่า หรือต้มยำ ค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนทีละมื้อ เพื่อปรับรสชาติที่คุ้นเคย และลดการบริโภคสัตว์ทะเลลงอย่างมีประสิทธิภาพ

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### อาหารทะเลทางเลือกคืออะไร?

อาหารทะเลทางเลือกหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่เลียนแบบรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการของอาหารทะเล แต่ผลิตจากพืช (เช่น โปรตีนถั่วเหลือง สาหร่าย) หรือจากการเพาะเลี้ยงเซลล์สัตว์ในห้องแล็บ โดยไม่ต้องจับหรือฆ่าสัตว์ทะเลจริง เป็นทางเลือกที่ช่วยลดผลกระทบต่อมหาสมุทรและสัตว์น้ำ (GFI, 2025)

### อาหารทะเลจากพืชปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าปลาจริงหรือไม่?

โดยทั่วไปปลอดภัยและผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานความปลอดภัยอาหาร แต่คุณค่าทางโภชนาการขึ้นอยู่กับสูตร ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เสริมโอเมก้า-3 จากสาหร่ายและวิตามินบี12 แต่โปรตีนอาจน้อยกว่าปลาจริงเล็กน้อย ควรอ่านฉลากเพื่อเปรียบเทียบปริมาณโปรตีนและโซเดียม (Consumer Reports, 2024)

### อาหารทะเลทางเลือกมีขายที่ไหนในไทย?

เริ่มมีวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ เช่น Gourmet Market, Villa Market และ Tops Food Hall รวมถึงร้านค้าออนไลน์อย่าง VeganBkk และ Greeners นอกจากนี้ ร้านอาหารวีแกนหลายแห่งในกรุงเทพฯ เช่น Veganerie และ May Veggie Home ก็มีเมนูที่ใช้วัตถุดิบเหล่านี้ (The Veganary, 2025)

### เนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงจะวางขายในไทยเมื่อไหร่?

คาดว่าภายในปี 2026-2027 อาจเริ่มมีการนำเข้าเนื้อปลาเซลล์เพาะเลี้ยงจากสิงคโปร์หรือญี่ปุ่น แต่ต้องผ่านการอนุมัติจาก อย.ไทยก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี เนื่องจากยังไม่มีกรอบกฎหมายรองรับโดยเฉพาะ (NIA, 2024) จึงยังไม่สามารถคาดเดาวันที่แน่นอนได้

### อาหารทะเลทางเลือกช่วยลดโลกร้อนได้จริงหรือ?

ใช่ การผลิตอาหารทะเลจากพืชปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบอุตสาหกรรมประมาณ 30-50% (FAO, 2024) และช่วยลดการใช้ทรัพยากรน้ำและพลังงาน รวมถึงลดมลพิษจากฟาร์มเลี้ยงปลา แต่ต้องพิจารณาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตแต่ละแบรนด์ด้วย

### ทำไมต้องเลือกอาหารทะเลทางเลือกแทนปลาจริง?

เพราะการประมงเกินขนาดทำให้ปลาในทะเลลดลงอย่างน่าตกใจ และการทำประมงแต่ละครั้งสร้างความทุกข์ทรมานแก่สัตว์ทะเลนับล้านตัว รวมถึงการจับสัตว์น้ำพลอยได้ที่ตายทั้งเป็น การเลือกอาหารทางเลือกช่วยลดการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ทำร้ายสัตว์และมหาสมุทร และเป็นทางเลือกที่มีจริยธรรมมากขึ้น (PETA, 2024)

> การเปลี่ยนมารับประทานอาหารทะเลทางเลือกไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของมหาสมุทรและความมั่นคงทางอาหารของคนรุ่นต่อไป
>
> — ดร. สมหญิง ไทยเจริญ, ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

## บทสรุป: ถึงเวลาที่ไทยต้องก้าวสู่อนาคตอาหารทะเลที่ยั่งยืน

อาหารทะเลทางเลือกเป็นมากกว่ากระแส แต่เป็นคำตอบต่อวิกฤตการประมง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิทธิสัตว์ทะเล ภายในปี 2026 เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ราคาถูกลง และเข้าถึงง่ายขึ้น หากผู้บริโภคชาวไทยเปิดใจลอง และภาครัฐสนับสนุนนโยบายที่เอื้อต่ออาหารยั่งยืน ไทยก็จะไม่เพียงช่วยรักษาทรัพยากรทางทะเลอันล้ำค่า แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ

> **ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ**
>
> 1) อาหารทะเลทางเลือกกำลังเติบโตเร็วในไทยและเอเชีย 2) ช่วยลดการประมงเกินขนาดและความทุกข์ทรมานของสัตว์ทะเล 3) ราคาจะถูกลงและหาซื้อง่ายขึ้นในปี 2026 4) การสนับสนุนจากภาครัฐและผู้บริโภคเป็นกุญแจสำคัญ 5) ทุกมื้ออาหารเป็นโอกาสในการปกป้องมหาสมุทร

**Key Takeaways**

- อาหารทะเลทางเลือกเติบโต 20-30% ต่อปีในเอเชีย
- ช่วยลดการจับปลาเกินขนาดและสัตว์น้ำพลอยได้
- ราคาใกล้เคียงปลาจริงภายในปี 2026
- ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือสร้างระบบนิเวศอาหารยั่งยืน
- ผู้บริโภคมีอำนาจเลือกที่ส่งผลต่อมหาสมุทรโดยตรง

**อ่านที่เกี่ยวข้อง**

- [ปลาหมึกกับความเจ็บปวด: วิทยาศาสตร์ความรู้สึกของสัตว์ทะเลและผลต่อกฎหมายไทย](https://vegeco.org/th/ocean-conservation/ocean-conservation-1788293196919)
- [สินค้ารักษ์โลก มีอะไรบ้าง 2026: เจาะตลาดสีเขียวไทยที่กำลังโตและใครได้ประโยชน์](https://vegeco.org/th/eco-lifestyle/ส-นค-าร-กษ-โลก-ม-อะไรบ-าง-2026-เจาะตลาดส-เข-ยวไทยท-ก-าล-งโตและใครได-ประโยชน)
- [7 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับร้านอาหารมังสวิรัติเมืองทอง ที่คุณต้องรู้ก่อนไป](https://vegeco.org/th/vegan-travel/7-ความเช-อผ-ดๆ-เก-ยวก-บร-านอาหารม-งสว-ร-ต-เม-องทอง-ท-ค-ณต-องร-ก-อนไป)
- [ประวัติศาสตร์การเตรียมอาหารมังสวิรัติ: จากยุค 70 สู่ระบบ Meal Prep ไทย](https://vegeco.org/th/meal-prep/70-meal-prep)
- [Fish, sentience and aquaculture](https://vegeco.org/th/hub/fish-and-aquaculture)

---

Cite as: VegEco, "อนาคตอาหารทะเลทางเลือกในไทย: 5 เทรนด์ที่ต้องจับตา 2026", https://vegeco.org/th/ocean-conservation/อนาคตอาหารทะเลทางเล-อกในไทย-5-เทรนด-ท-ต-องจ-บตา-2026